54 อาคาร บี.บี.บิลดิ้ง ชั้น 5
ห้อง 3501-3502 และ ชั้น 6 ห้อง 3602
ถนน สุขุมวิท21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ
เขตวัฒนา กทม. 10110

8:30 a.m - 6:00 p.m customercare.admin@idirectbroker.com

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์

หน้าหลัก»บทความและความรู้»ถาม-ตอบ อุ่นใจกับ IDB »คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์

Jul 05, 2018

1) ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. หมายถึงอะไร ?

  • ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) คือ ประกันภัยที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำ ซึ่งมีความคุ้มครองต่อชีวิต หรือการบาดเจ็บของผู้ขับขี่ รวมถึงบุคคลอื่น แต่ไม่ครอบคลุมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สิน

2) ใครบ้างที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ?

  • ทุกคนที่ได้รับการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากรถยนต์คันที่มีประกันภัยนี้ เช่น ผู้ขับขี่, ผู้โดยสาร, บุคคลภายนอกรถ, คนเดินเท้า, ฯลฯ

3) กรมธรรม์การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ) คุ้มครองอะไรบ้าง ?

  • ค่ารักษาพยาบาลตามจริงกรณีบาดเจ็บ คุ้มครองสูงสุด 80,000 บ. ต่อคน
  • ค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ คุ้มครอง 200,000 – 300,000 บ.
  • ค่าทดแทนกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร คุ้มครอง 300,000 บ. ต่อคน
  • ค่าชดเชยรายวันกรณีนอนโรงพยาบาล 200 บ. ต่อวัน (สูงสุดรวมไม่เกิน 20 วัน)

4) ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หมายถึงอะไร ?

  • ประกันภัยภาคสมัครใจ คือ ประกันภัยรถที่กฎหมายไม่ได้บังคับ ซึ่งคุ้มครองความเสียหายของรถยนต์คันที่เอาประกันภัยรวมถึงความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดจากการเกิดเหตุครั้งนั้น โดยสามารถซื้อเพิ่มจากความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ถือเป็นการโอนความเสี่ยงภัยของผู้เอาประกันภัยไปสู่บริษัทประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นบริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้ระบุความคุ้มครองไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัยตามที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้
    • ประเภท 1 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ และความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย
    • ประเภท 2 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้
    • ประเภท 3 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเท่านั้น
    • ประเภท 4 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้ง
    • ประเภท 5 มี 2 รูปแบบ ได้แก่
      • ประเภท 2+ คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ และความเสียหายต่อตัวรถยนต์กรณีการชนกับยานพาหนะทางบก
      • ประเภท 3+ คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และความเสียหายต่อตัวรถยนต์กรณีการชนกับยานพาหนะทางบก

5) ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ถูกรถชน แต่คู่กรณีหนีไป เคลมได้หรือไม่ ?

  • สามารถเคลมได้ ซึ่งผู้เอาประกันต้องจำทะเบียนรถคู่กรณีและไปแจ้งความยังสถานีตำรวจในท้องที่ ที่เกิดเหตุ เพื่อลงบันทึกประจำวัน และแจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัยโดยทันที ในกรณีที่ไม่สามารถระบุคู่กรณี หรือจำทะเบียนรถคู่กรณีไม่ได้ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะไม่ได้รับความคุ้มครอง เนื่องจากผิดเงื่อนไขแบบประกัน ที่ต้องมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น

6) ทำไมค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์สำหรับผู้ที่มีอายุน้อย ถึงแพงกว่า ?

  • จากสถิติและความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยส่วนมากมาจากผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อย เนื่องจากมีประสบการณ์ในการขับขี่น้อย จึงส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันสูงมากกว่า

7) ความคุ้มครองในกรณีที่ขายหรือโอนรถยนต์ ยังคงมีต่อไหม ?

  • หากผู้เอาประกันภัยขายหรือโอนรถยนต์ให้ผู้อื่นโดยที่ไม่ได้มีการแจ้งยกเลิกกราประกันภัยนั้น ให้ถือว่าผู้รับโอนเป็นผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และบริษัทประกันต้องรับผิดตามกรมธรรม์ตลอดอายุกรมธรรม์ แต่ในกรณีที่กรมธรรม์นั้นมีการระบุชื่อผู้ขับขี่ ผู้เอาประกันภัยเดิมจะต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ขับขี่ต่อบริษัทประกันทราบ เพื่อจะได้มีการปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันภัยตามความเสี่ยงภัยที่เปลี่ยนไป

8) ควรทำอย่างไรเมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ ?

  • เมื่อมีอุบัติเหตุรถยนต์เกิดขึ้น ควรปฏิบัติดังนี้
  • กรณีมีผู้บาดเจ็บ
    • รีบหาทางนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
    • แจ้งเหตุให้ตำรวจ และบริษัทประกันภัยทราบ โดยแจ้ง วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ และลำดับการเกิดเหตุให้ชัดเจน
    • รอเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันมาถึงที่เกิดเหตุและเป็นผู้ประสานงานให้ ไม่ควรเจรจาต่อรองเรื่องค่าสินไหมทดแทนด้วยตนเอง
  • กรณีคุณไม่ใช่ฝ่ายผิด
    • แจ้งเหตุให้บริษัทประกันภัยทราบ โดยแจ้ง วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ และลำดับการเกิดเหตุให้ชัดเจน
    • ควรจดรายละเอียดของคู่กรณีที่ทำผิด เช่น ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ชื่อ ที่อยู่ ใบขับขี่และหมายเลขโทรศัพท์ของคู่กรณี ถ่ายภาพความเสียหายทั้งรถยนต์ของคุณและคู่กรณี
    • รอเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันมาถึงที่เกิดเหตุและเป็นผู้ประสานงานให้ ไม่ควรเจรจาต่อรองเรื่องค่าสินไหมทดแทนด้วยตนเอง
  • ในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิด
    • แจ้งเหตุให้บริษัทประกันภัยทราบ โดยแจ้ง วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ และลำดับการเกิดเหตุให้ชัดเจน
    • รอเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันมาถึงที่เกิดเหตุและเป็นผู้ประสานงานให้ ไม่ควรเจรจาต่อรองเรื่องค่าสินไหมทดแทนด้วยตนเอง
    • ให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่คู่กรณีถ้าอีกฝ่ายขอ

9) ข้อมูลที่ต้องใช้ในการซื้อกรมธรรม์มีอะไรบ้าง ?

  • ข้อมูลของรถ ได้แก่ ยี่ห้อ รุ่น เลขทะเบียน หมายเลขตัวถังรถยนต์ อายุรถ ขนาดเครื่องยนต์
  • หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของคุณ และของผู้ขับขี่ที่ต้องการระบุชื่อในกรมธรรม์
  • กรมธรรม์เดิม หากคุณต้องการส่วนลดประวัติดี
  • ข้อมูลบัตรเครดิด หรือบัตรเดบิตสำหรับการชำระเงิน หรือ แจ้งความประสงค์ชำระเป็นเงินสดโดยโอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ของทางบริษัท

Share this post :

ขอข้อมูลเพิ่มเติม